รีวิว Dahmer – Monster: The Jeffrey Dahmer Story ซีรีส์จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 17 ศพ

Dahmer คือลิมิเต็ดซีรีส์ 10-episode เรื่องใหม่จากทาง Netflix ที่สร้างและอ้างอิงมาจากเรื่องของ “เจฟฟรี่ย์ ดาห์เมอร์” ฆาตกรต่อเนื่อง 17 ศพ ผู้ซึ่งหลงไหลในการฆ่า ข่มขืน และกินเนื้อมนุษย์ ที่ก่อเหตุเขย่าขวัญสั่นประสาท และสร้างความตื่นกลัวแก่ชาวสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1978-1991

โดยซีรีส์เรื่อง Dahmer Netflix จะตีแผ่การก่ออาชญากรรมสุดโหดเหี้ยมเหล่านี้ โดยเน้นไปที่เรื่องราวของเหยื่อและชุมชนที่ถูกมองข้ามไป ซึ่งได้รับผลกระทบจากประเด็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติของตำรวจ และยังมีเรื่องของการบริหารและการจัดการที่ล้มเหลวของสถาบันตำรวจสหรัฐอเมริกา ที่ปล่อยให้ฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดเหี้ยมคนหนึ่งในอเมริกา ลงมือก่อเหตุอาชญากรรมอย่างไม่เลิกรา และยังลอยนวลมาได้ถึง 13 ปีเลย

โดยการกลับมาอีกครั้งของ ลิมิเต็ดซีรีส์ อย่าง Dahmer – Monster : The Jeffrey Dahmer Story อำนวยการสร้างผ่านฝีมือของ Ryan Murphy และ Ian Brennan โดยซีรีส์ Dahmer นักแสดง มากความสามารถอย่าง Evan Peters นักแสดงหนุ่มที่เป็นผู้ชนะรางวัล Primetime Emmy Award และแจ้งเกิดใบทบาท Quicksilver ในภาพยนตร์เรื่อง X-Men : Days of Future Past ที่จะมาสวมบทบาทเป็น Jeffrey Dahmer และนักแสดงมากฝีมืออีกหลายท่าน ที่จะมาสวมบทบาทตีแผ่ชีวิต และความสัมพันธ์รอบตัวของ Jeffrey Dahmer ตั้งแต่เด็กจนโตกันเลย

*คำเตือน : การรีวิวนี้อาจจะมีการสปอยล์เนื้อหาในบางช่วง

Dahmer Netflix รีวิว ตีแผ่เรื่องจริงทุกแง่มุมของฆาตการกินคนสุดโด่งดัง

เรื่องราวของ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ เคยถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาหลายเรื่อง เป็นฆาตกรต่อเนื่องอีกหนึ่งคนที่เขย่าขวัญชาวอเมริกาเป็นอย่าง โดยตัวซีรีส์จะตีแผ่เรื่องราวสะท้อนสังคมของคดีอาชญากรรมผ่านมุมมองของเหยื่อและคนรอบข้าง ซึ่งการเล่าเรื่องจะแบ่งเป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกจะเป็นการเล่าเรื่องราวของ ดาห์เมอร์ ผ่านครอบครัว ทั้งเรื่องในวัยเด็กและวัยรุ่น ช่วงต่อมาจะเล่าถึงเรื่องราวของเหยื่อ และแรงจูงใจต่างๆ ในการก่อเหตุฆาตกรรม และส่วนสุดท้ายจะเล่าถึงคดีความในกระบวนการยุติธรรม และผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในคดีนี้

โดยในการเล่าเรื่องด้วยวิธีการที่เหลากหลายใน ซีรีส์ฝรั่ง เรื่องนี้นั้น ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นข้อดีที่ผู้ชมจะได้มองเห็นมุมมองต่างๆ ในหลากหลายแง่มุม เพราะในท้ายที่สุดแล้ว คดีฆาตกรรมนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบกับเพียงแค่ผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมอีกด้วย ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วการเล่าเรื่องตัดสลับไปมาของแต่ละช่วงปีค.ศ. ก็อาจจะทำให้บางคนงงบ้างเป็นบางช่วง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับดูแล้วไม่เข้าใจ

dammer
Evan Peters ผู้รับบท Jeffrey Dahmer

ซึ่งในช่วงเวลาทั้งหมด 13 ปีตั้งแต่ค.ศ. 1978-1991 นั้นเจฟฟรีย์ได้ก่อเหตุฆาตกรรม เป็นช่วงเวลาที่สังคมอเมริกาต่างหวาดกลัว และเฝ้าคอยบุคลที่สูญหายนั้นกลับมา ซึ่งในขณะนั้น ตัวซีรีส์ก็ได้ถ่ายทอดเรื่องราวได้เป็นอย่างดี ขยายอารมณ์คนดู ด้วยการเล่าเรื่องน่าสะอิดสะเอียนชวนคลื่นไส้ ที่ได้รับการส่งจากการเล่าเรื่องได้เป็นอย่างไม่มีที่ติ ในส่วนขององค์ประกอบฉากและพฤติกรรมของตัวละครภายในเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ต้องตั้งใจดูอยู่พอสมควร เพราะอารมณ์ที่สื่อออกมาจากทางเนื้อเรื่องนั้นค่อนข้างรุนแรง ทั้งเรื่องประเด็นของครอบครัว และสังคมที่ได้รับผลกระทบของการฆาตกรรม โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบที่ซีรีส์หยิบยกเรื่องราวหลังจากการจับฆาตกรได้มาเล่าในตอนท้ายว่า ผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนได้รับไม่ผลกระทบไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ สุดท้ายแล้วสิ่งที่ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ได้กระทำลงไป ก็จะคอยย้ำเตือนคนในสังคม และหลอกหลอนครอบครัวของเหยื่อ

โดยผู้บริสุทธิ์ทั้ง 17 คนที่ถูกฆาตกรรม ล้วนมาจากหลากหลายเชื้อชาติทั้ง ชนพื้นเมืองชาวอเมริกัน คนเอเชีย และคนผิวสี ซึ่งในส่วนนี้เองที่จะแสดงให้เห็นว่า โลกของเรามีการเหยียดเชื้อชาติมากแค่ไหน และจะยังมีเรื่องของการกระทำอันแสนน่าเกลียดของบุคคลที่เรียกตนเองว่าเป็น กระบวนการยุติธรรม ทั้งประเด็นการถูกเลือกปฏิบัติของครอบครัวเหยื่อจากตำรวจ โดยตัวซีรีส์จะนำเสนอให้เห็นถึงปัญหา ทั้งในมุมของการสืบสวน การทำงานของสายตรวจ และกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ซึ่งการเลือกปฏิบัติยังเป็นอีกแง่มุมของปัญหาที่ซีรีส์จะนำเสนอให้เห็นว่า การกระทำในรูปแบบนี้นั้นนำมาสู่การจับตัวฆาตกรได้ยากมากขึ้น เพราะคำพูดของพยานที่เป็นคนผิวสีนั้น แทบจะไม่มีน้ำหนักอะไรเลย

Dahmer นักแสดงนำ

  • Evan Peters รับบทเป็น เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ฆาตกรโรคจิตผู้ก่อเหตุฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ทั้ง 17 ราย
  • Richard Jenkins รับบทเป็น ไลห์โอเนล ดาห์เมอร์ พ่อของเจฟฟรีย์ ผู้ที่นำพาเจฟฟรีย์เข้าสู่การหลงใหลในอวัยวะและการสตัฟฟ์สิ่งมีชีวิต
  • Niecy Nash รับบทเป็น เกล็นดา คลีฟแลนด์ เพื่อนบ้านของเจฟฟรีย์ที่สงสัยในพฤติกรรมอันแปลกประหลาดของเขา โดยเธอเป็นผู้ที่คอยโทรแจ้งความแต่ไม่เคยเป็นผล
  • Molly Ringwald รับบทเป็น ชาริ ดาห์เมอร์ ภรรยาใหม่ของไลโอเนล ดาห์เมอร์ คนที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญทางด้านความคิดของสามี
Jeffrey dahmer
รูปภาพของ Jeffrey Dahmer หลังถูกจับข้อหาฆาตกรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ต่างๆ ภายในเรื่อง

โดยทั้งนี้ทั้งนั้นภายในซีรีส์จะมีการเล่าเรื่องตัดสลับปีค.ศ. ไปมาซึ่งอาจจะคนดูอาจจะชวนให้งงนิดหน่อยว่าช่วงไหนเริ่มก่อนหรือหลัง ทางเราเลยขอนำเสนอไทม์ไลน์สั้น ๆ ในเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น 13 ปี ตั้งแต่ค.ศ 1978-1991 เพื่อทำให้ผู้ชมทุกท่านเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น

  • 1960 ปีเกิดของเจฟฟฟรีย์ ดาห์เมอร์
  • 1977 เจฟฟรีย์ อายุครบ 18 ปี และเตรียมตัวจบการศึกษาเทียบระดับมัธยมศึกษา
  • 1978 ก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่อรายแรก
  • 1979 เข้ารับราชการทหาร และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจฟฟรีย์ รู้เรื่องเกี่ยวกับยาต่างๆ
  • 1981 ออกจากการรับราชการทหาร
  • 1987 ก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่อรายที่สอง โดยมีระยะเวลาห่างกัน 9 ปี
  • 1988 ก่อเหตุฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์อีกสองราย
  • 1989 ก่อเหตุฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์อีกหนึ่งราย
  • 1990 ก่อเหตุฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์อีกสี่ราย
  • 1991 ก่อเหตุฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์อีกแปดราย ภายในหนึ่งปี ก่อนที่จะโดนจับกุม

โดยก่อนที่ทุกท่านจะไปรับชมเรื่อง Dahmer – Monster : The Jeffrey Dahmer Story ทางเราอยากจะบอกว่า เรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีความอ่อนไหวในเรื่องของอวัยวะมนุษย์ เพราะเนื้อหาภายในเรื่องมีความรุนแรง มีฉากที่ค่อนข้างจะน่าสยดสยองชวนคลื่นไส้ และมีแนวคิดที่ผิดแปลกไปจากคนปกติทั่วไป ถึงแม้ตัวซีรีส์จะเน้นหนักไปที่การสืบสวนของกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรมต่อญาติของย่อ และผู้ได้รับผลกระทบจากคดีฆาตกรรมนี้ แต่ก็อยากคนที่จะอ่อนไหวต่อเรื่องเหล่านี้ได้เตรียมใจก่อนที่จะรับชมนั่นเอง สุดท้ายนี้ถ้าหากว่าทุกท่านรับได้เกี่ยวกับคำเตือนที่เราได้บอกไป สามารถรับชม Dahmer พากย์ไทย และ บรรยายไทย ทั้ง 10 ตอน ได้แล้วผ่านทาง Netflix  และช่องทางอื่นๆ